หลายคนมุ่งเน้นที่การหากลยุทธ์ทำกำไร แต่ลืมสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรดคือ Risk Management หรือการบริหารความเสี่ยง นักเทรดที่ประสบความสำเร็จรู้ดีว่าการปกป้องเงินทุนสำคัญกว่าการหากำไร
บทความนี้จะอธิบายหลักการ Risk Management ที่นักเทรดทุกคนควรรู้และนำไปใช้
Risk Management หรือการบริหารความเสี่ยง คือกระบวนการระบุ ประเมิน และควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเทรด เพื่อปกป้องเงินทุนและทำให้สามารถเทรดต่อไปได้ในระยะยาว
หลักการง่ายๆ คือ: "อย่าขาดทุนมากจนเทรดต่อไม่ได้"
สมมติว่าคุณมีเงินทุน 100,000 บาท:
ยิ่งขาดทุนมาก ยิ่งยากที่จะกู้คืน นี่คือเหตุผลที่ Risk Management สำคัญมาก
กฎที่นักเทรดมืออาชีพใช้: ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของพอร์ตในการเทรดครั้งเดียว
ตัวอย่าง: ถ้ามีเงินทุน 100,000 บาท ควรเสี่ยงไม่เกิน 1,000-2,000 บาทต่อการเทรด
ข้อดีของกฎนี้:
Stop Loss คือจุดที่คุณตัดสินใจยอมรับการขาดทุนและออกจากสถานะ ไม่ว่าจะเทรดอะไร ต้องมี Stop Loss เสมอ
วิธีตั้ง Stop Loss:
Position Sizing คือการกำหนดขนาดของการเทรดแต่ละครั้งให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่รับได้
สูตรคำนวณ Position Size:
Position Size = (เงินทุน x %ความเสี่ยง) / (ราคาเข้า - Stop Loss)
ตัวอย่าง:
- เงินทุน: 100,000 บาท
- ความเสี่ยง: 1% = 1,000 บาท
- ราคาเข้า: 100 บาท
- Stop Loss: 95 บาท
- ความเสี่ยงต่อหุ้น: 5 บาท
- Position Size: 1,000 / 5 = 200 หน่วย
Risk/Reward Ratio คืออัตราส่วนระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทนที่คาดหวัง ควรเทรดเฉพาะการเทรดที่มี R:R อย่างน้อย 1:2
ตัวอย่าง:
กำหนดว่าจะยอมให้พอร์ตลดลงได้สูงสุดเท่าไหร่ก่อนหยุดเทรด เช่น ถ้าพอร์ตลดลง 15% ให้หยุดพักและทบทวนกลยุทธ์
อย่าใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว:
ตลาด Crypto มีความผันผวนสูง ต้องระวังเป็นพิเศษ:
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรด Crypto ได้ที่ คู่มือเทรด Crypto สำหรับมือใหม่
ข้อดีของการใช้บอทเทรดในด้าน Risk Management:
Botmoon มีระบบ Risk Management ในตัวที่ช่วยปกป้องเงินทุนของคุณ
Risk Management คือรากฐานของการเทรดที่ยั่งยืน ไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์อะไร ถ้าไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่ดี ในที่สุดก็จะล้มเหลว
จำไว้ว่า: "การเทรดคือมาราธอน ไม่ใช่สปรินท์" ปกป้องเงินทุนให้ดี แล้วคุณจะมีโอกาสทำกำไรในระยะยาว
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์กราฟได้ที่ Technical Analysis คืออะไร